ยาวไป กับ สาวสวยขี้เงี่ยน คนนี้ เกือบ สอง ชม. เต็มดูกันเต็มอิ่มไปเลย

ยาวไป กับ

สาวสวยขี้เงี่ยน

สาวสวยขี้เงี่ยน

ยาวไป กับ สาวสวยขี้เงี่ยน คนนี้ เกือบ สอง ชม. เต็มดูกันเต็มอิ่มไปเลย

เรื่องเสียว ติดหนีเขาแล้ว คงต้องยอม
สวัสดีค่ะ นี่เป็นครั้งแรกที่ดิฉันรู้สึกกลัวมากๆเลยค่ะดิฉันเคยได้ยินมานานแล้วที่ไอ้พวกทวงหนี้มันจะทารุณกับลูกหนี้แต่ไม่คิดว่าจะเจอกับตัวเองแบบนี้ ดิฉันนอนพลิกไปพลิกมาเกือบทั้งคืนอยากหลับแต่ก็หลับไม่ลงสักที คิดไม่ตกว่าจะเอาไงดี ถ้าไปแจ้งตำรวจเค้าก็คงไม่มีเวลามาคุ้มครองดิฉันแน่ๆ เผลอหน่อยเดียวมันเอาน้ำกรดมาสาดหน้าดิฉันดิฉันคงตายแน่ๆ
ดิฉันไม่รู้ว่าหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่ตื่นมาตอนเช้าดูนาฬิกาเกือบหกโมงแล้ว ตัดสินใจทันทีว่ายังไงไปคุยกับมันก่อนดีกว่าไม่งั้นดิฉันคงอยู่ไม่เป็นสุข มันนัดแปดโมงมีเวลาสองชั่วโมง ดีที่บริษัทมันอยู่ไม่ไกลจากบ้านดิฉันมากดังนั้นดิฉันจึงรีบอาบน้ำแต่งตัว ใส่เสื้อยืด กางเกงยีนส์ก่อนจะออกจากบ้านก็โทรไปสั่งลูกน้องไว้ว่าวันนี้จะไม่เข้าบริษัท
ดิฉันไปถึงบริษัทมันเห็นเป็นอาคารห้าชั้น ดูภายนอกก็ดูหรูหราทีเดียวเลยพอจอดรถดิฉันก็นั่งนิ่งใจเต้นแรงไม่อยากลงจากรถเลยค่ะทั้งตื่นเต้นทั้งกลัวที่จะต้องไปเจอหน้าอีราตรีที่เป็นคุ่กัดของดิฉันไม่รู้ว่ามันจะแค้นดิฉันแค่ไหนด้วยนั่งสักครู่ก็ตัดสินใจเป็นไงเป็นกัน เพราะมาถึงนี่แล้วยังไงก็ต้องเจอกัน
พอดิฉันลงจากรถเดินเข้าไปในอาคาร เห็นในห้องโถงมีคนอยู่เยอะพอสมควร บริเวณล็อบบี้มีคนนั่งกันเต็มหมดสงสัยจะมารอเคลียร์เรื่องหนี้เหมือนกัน อีกด้านหนึ่งเป็นเคาน์เตอร์ลูกค้าสัมพันธ์มีพนักงานผู้หญิงสองคนผู้ชายหนึ่ง ดิฉันจึงเดินไปหา
“ขอโทษค่ะดิฉันมาขอพบคุณราตรี”
“คุณอะไรคะ?”
“ชนันภรณ์ค่ะ”
“มาคุยเรื่องหนี้ใช่มั๊ยคะ?” พนักงานสาวมองหน้าดิฉันยิ้มๆซึ่งทำให้ดิฉันรู้สึกอายขึ้นมาเหมือนกัน
“ค่ะ” ดิฉันตอบเบาๆ
“คอยสักครู่ค่ะ”
เธอกดโทรศัพท์คุยสักพักก็เงยหน้ามาบอกดิฉัน
“คุณขึ้นลิฟท์ตัวนั้นไปหาคุณราตรีได้เลยค่ะเธออยู่ชั้นสี่” เธอจ้องหน้าดิฉันแล้วพูดต่อ“ขอให้โชคดีนะคะ”
ดิฉันฟังเธอพูดแล้วรู้สึกแปลกๆชอบกลโดยเฉพาะไอ้ประโยคที่ว่า “ขอให้โชคดีนะคะ” เหมือนๆกับว่าถ้าใครไปพบอีราตรีมันจะต้องโชคร้ายยังไงยังงั้นซึ่งทำให้ดิฉันที่ใจเสียอยู่แล้วยิ่งรู้สึกแย่ยิ่งขึ้นแต่ดิฉันก็พูดขอบคุณเธอตามมารยาท
ที่ลิฟท์มีผู้ชายกับผู้หญิงยืนคอยอยู่แล้ว ดิฉันยืนคอยรู้สึกหัวใจเต้นแรงยิ่งกว่าตอนจะลงจากรถเสียอีกรู้สึกปวดฉี่ขึ้นมานิดๆ ตอนแรกยังไม่ปวดเลยแต่เพราะความตื่นเต้นมันเลยปวดขึ้นมาเลยเดินไปเข้าห้องน้ำที่อยู่ใกล้ๆกัน กลับออกมาผู้ชายกับผู้หญิงหายไปแล้วดิฉันรอจนลิฟท์เปิดประตูจึงเดินเข้าไปข้างใน
“ชั้น 4 ค่ะ” ดิฉันบอกผู้ชายที่ยืนอยู่หน้าปุ่มกด
“ไปพบคุณราตรีใช่ไม๊ครับ” เขาถาม
ดิฉันพยักหน้า เค้าก็ไม่พูดอะไร พอถึงชั้น 4 ดิฉันเดินออกจากลิฟท์ เห็นมีมุมเล็กๆตั้งชุดรับแขกไว้ มีคนนั่งอยู่สองสามคน แล้วก็มีพนักงานนั่งอยู่ที่เคาน์เตอร์ใกล้ๆดิฉันจึงเข้าไปหาเธอ
“มาขอพบคุณราตรีค่ะ”
“เชิญด้านนี้เลยค่ะ อยู่ห้อง 402 ทางขวาค่ะ” เธอชี้บอกทาง

ในที่สุดดิฉันก็มาอยู่หน้าห้องของอีราตรีคู่กัดดิฉัน หน้าห้องเขียนชื่อนามสกุลเรียบร้อย ตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายบุคคล ตำแหน่งเดียวกับดิฉันเลย อ้าว!เป็นผู้จัดการฝ่ายบุคคลแล้วมันเสือกมาตามทวงหนี้ดิฉันหาพระแสงอะไรวะ ไม่ใช่หน้าที่มันสักหน่อย ทำให้ดิฉันต้องพลอยไปมีเรื่องกับมันด้วย

ดิฉันเคาะประตูแล้วเปิดเข้าไป เห็นผู้หญิงหน้าตาสวยไม่เบานั่งทำงานอยู่ พอเห็นดิฉันเข้ามาก็เงยหน้ามอง โห ห้องทำงานนังนี่โก้กว่าดิฉันอีก เพราะเป็นห้องส่วนตัว ดิฉันเป็นผู้จัดการฝ่ายบุคคลเหมือนกัน แต่ต้องนั่งรวมกับลูกน้องอีกสามคน แล้วดิฉันก็สำรวจคู่กัดดิฉันต่อ อีราตรีมันสวยไม่ใช่เล่นเลยค่ะ เรียกว่าสวยสูสีกับดิฉันเลย แต่อายุน่าจะอ่อนกว่าดิฉันสักสองสามปี แต่งหน้าบางๆ แต่งตัวเรียบร้อยค่ะ ดูแล้วไม่น่ากลัวเหมือนกับตอนที่มันพูดกับดิฉันทางโทรศัพท์เท่าไหร่ ดิฉันรู้สึกใจชื้นขึ้นมา อย่างนี้น่าจะคุยกันได้ดี
“เชิญนั่งค่ะ” นั่น มีค่ะด้วย “คุณชนันภรณ์ใช่มั๊ย?”
“ค่ะ”
“สวยดีนี่ ฟังเสียงทางโทรศัพท์ไม่นึกว่าจะหน้าตาดีเหมือนกัน” เอาแล้วไง ฟังเผินๆเหมือนจะชม แต่ถ้าฟังดีๆเหมือนมันจะดูถูกมากกว่า ดิฉันเป็นคนไม่ยอมคนอยู่แล้วจึงรู้สึกฉุนเหมือนกันเลยสวนกลับซะ
“เช่นกันเลยค่ะ ฟังทางโทรศัพท์ไม่นึกว่าคุณราตรีจะหน้าตาดีเหมือนกัน”
มันไม่ยักโกรธ กลับหัวเราะ
“ท่าทางจะอารมณ์ร้ายไม่ใช่เล่นนะ คุณดูรูปพวกนี้ไปก่อน ฉันขอเคลียร์งานอีกนิดเดี๋ยวค่อยคุยกัน” มันพูดแล้วส่งอัลบั้มรูปเล็กๆมาให้
“รูปอะไรคะ” ดิฉันถามงงๆ ไม่รู้มันมามุกไหน
“ดูก่อนแล้วค่อยถาม” มันพูดกวนประสาทแล้ว ก้มหน้าก้มตาเขียนอะไรของมันต่อ
ดิฉันเปิดออกดู แค่หน้าแรกก็แทบช็อคค่ะ รูปนิ้วคนค่ะ นิ้วอย่างเดียวไม่มีอย่างอื่นเลือดยังเปรอะเลย พอเปิดไปก็เป็นรูปมือ รูปคนแขนขาด หน้าเหวอะ ดิฉันรีบปิดเลยค่ะ
“คุณเอารูปอะไรมาให้ดูคะนี่”
“รูปชิ้นส่วนลูกหนี้ที่เบี้ยวหนี้ไง” เธอพูดหน้าตาเฉย
“พวกคุณตัดนิ้ว ตัดมือเลยหรือ” ดิฉันร้องอุทาน
“ก็ถ้าลูกค้าดีก็ไม่ต้องเจอแบบนี้ คิดดูว่าถ้าลูกค้าเป็นแบบนี้หมดบริษัทก็เจ๊ง นี่แค่ตักเตือนเบาะๆนะ”
“ไม่กลัวเค้าฟ้องตำรวจรึไง”
“ใครจะกล้าล่ะ มืออาชีพไม่มีทิ้งหลักฐานไว้หรอก คราวนี้เข้าใจรึยังว่าฉันให้คุณดูรูปทำไม”

ดิฉันตกใจมากเลยค่ะ พูดอะไรไม่ออก ไม่รู้ว่าที่มันเอามาให้ดูนี่จริงหรือขู่ ดิฉันเปิดรูปดูอีกครั้ง อีราตรีมันก็นั่งทำงานของมันไปเงียบๆ ดิฉันยิ่งดูยิ่งสยองค่ะ ดูจากลักษณะแล้วท่าทางมันจะของจริง ดิฉันคอแห้งผากเลย กลัวมากๆ นึกภาพมันเอาน้ำกรดมาสาดดิฉันแล้วก็คงถ่ายรูปมาเก็บไว้แบบนี้ มันคงกล้าทำจริงๆแน่ แล้วดิฉันจะทำยังไง ดิฉันนั่งกระสับกระส่ายอยู่สักพัก อีราตรีมันก็ทำงานเสร็จ

“เอาละ คราวนี้ แก้ผ้าออกได้แล้ว” ประโยคแรกของมันทำเอาดิฉันสะดุ้ง
“แก้ผ้า ทำไม”
“ก็จะคุยเรื่องที่เธอต้องทำงานใช้หนี้ให้เรา”
“แล้วทำไมต้องให้ฉันแก้ผ้า”
“ฉันต้องดูเธอทุกตารางนิ้ว จะได้รู้ว่าควรจะส่งเธอไปทำงานที่ไหน”
“ฉัน..ฉันยังไม่ได้ตกลงจะทำงานเลย”
“ถ้าไม่ตกลงก็กลับไป แล้วก็ระวังตัวไว้ให้ดี”
“เดี๋ยวซิ! เดี๋ยวซิ!ฉันจะหาเงินมาให้เร็วๆนี้ ฉันรับประกัน” ดิฉันอ้อนวอน
“หมดเวลาต่อรองแล้ว ถ้าจะคุยกันก็ต้องถอดเสื้อผ้าออกก่อน”

ดิฉันไม่มีทางเลือกแล้วค่ะ ท่าทางมันไม่ได้พูดเล่น เห็นมันมองหน้าดิฉันเงียบๆ ดิฉันก็อึกอัก แต่แล้วก็ต้องยอมมัน แล้วดิฉันก็เห็นว่าในห้องมีอีราตรีอยู่คนเดียวด้วย เลยคิดว่าก็ผู้หญิงเหมือนกัน ของที่ดิฉันมี มันก็มีมันก็ไม่ต่างกันซักเท่าไหร่ ไม่ควรอาย ถอดก็ถอด ดิฉันจึงลุกขึ้นหันหลังให้มัน มันรีบทักเลย
“เดี๋ยว หันไปทำไม หันมาทางนี้” มันสั่งดิฉันจำเป็นต้องหันกลับมา มันดูดิฉันตาไม่กระพริบ ตั้งแต่ที่เริ่มถอดเสื้อยืด ยกทรง กางเกงยีนส์ จนเหลือแต่กางเกงในสีชมพูบางๆตัวเดียว
“ถอดแค่นี้ได้ไม๊” ดิฉันอ้อนวอน
“ถอดออกให้หมด แล้วเอาเอกสารนี่ไปนั่งกรอกที่โซฟานั่น” มันยื่นกระดาษฟอร์มอะไรซักอย่าง พร้อมกับปากกาให้
ดิฉันเลยต้องถอดกางเกงในออก ทีนี้ดิฉันก็ล่อนจ้อน รู้สึกเย็นวาบโล่งไปทั้งตัว อีราตรีสั่งให้วางเสื้อผ้าบนโต๊ะมัน แล้วดิฉันก็รับกระดาษกับปากกาเดินแก้ผ้าล่อนจ้อนไปนั่งที่โซฟา พยายามเอาแขนมือบังของสงวนไว้ เอากระดาษฟอร์มาอ่าน เห็นเป็นใบสมัครทำงาน อ่านดูมันก็ไม่บอกว่าให้ทำงานอะไร แต่เป็นชื่อไนท์คลับแห่งหนึ่ง แล้วมีข้อความว่ายินดีให้มันหักเงินทั้งหมดเพื่อชำระหนี้
“คุณจะให้ฉันทำงานอะไร”
“กรอกไป แล้วฉันจะบอกทีหลัง”
มันพูดแล้วลุกจากโต๊ะ เดินมานั่งไขว่ห้างตรงข้ามดิฉัน ดิฉันก็หน้าแดง ก็อายสิคะ นั่งแก้ผ้าล่อนจ้อนต่อหน้าคนอื่นอย่างนี้ เป็นใครจะไม่อาย
ดิฉันจำเป็นต้องกรอกข้อความลงไป ตอนนี้อยากให้เสร็จๆอย่างเดียวจะได้รีบใส่เสื้อผ้า ตอนดิฉันก้มหน้าก้มตากรอกเอกสาร อีราตรีมันก็นั่งไขว่ห้างสำรวจดูร่างเปลือยขาวๆอวบๆของดิฉันอย่างสบายใจ
“ผิวพรรณเนียนดีจริงๆ หุ่นก็ดี “ มันพูดแล้วก็จุ๊ปาก
“อย่างนี้ลูกค้าชอบ” มันพูดต่อ
ดิฉันทำเป็นไม่ได้ยิน เขียนไปก็ชักหนาว นั่งเปลือยกายในห้องแอร์อย่างนี้รู้สึกอากาศมันจะเย็นขึ้นเรื่อยๆ ในที่สุดดิฉันก็ขนลุกแล้วสยิวกายทีหนึ่ง อีราตรีมันหัวเราะออกมาเบาๆ
“หนาวเหรอ” มันถาม
ดิฉันพยักหน้า
“รีบๆกรอกให้เสร็จสิ จะได้พาไปถ่ายรูปถ่ายจิ๋ม”
“ว่าไงนะ” ดิฉันตกใจ
“ฉันบอกว่าจะพาไปถ่ายจิ๋ม พนักงานของเราทุกคนต้องถ่ายนมถ่ายจิ๋มทำประวัติไว้”
“ตายแล้ว” ดิฉันร้อง “ทำไมต้องทำประวัติวิตถารแบบนี้” ดิฉันถามหน้าร้อนผ่าว
“มันเป็นระเบียบของบริษัท อย่าถามมากน่า รีบๆกรอกให้เสร็จะซะจะได้กลับบ้านไวๆ ฉันก็จะได้ทำงานอย่างอื่นต่อ”

ดิฉันเลยต้องกรอกเอกสารจนเสร็จ ส่งให้มัน มันนั่งอ่านสักครู่ก็พยักหน้า เดินไปที่ตู้หยิบเอาบัตรที่ร้อยเชือกเส้นเล็กๆมาให้ดิฉันสวมบอกว่าเป็นบัตรพนักงานชั่วคราว
“สวมมันเอาไว้ เดี๋ยวไปที่ชั้นสามถ้าไม่มีบัตรเข้าไม่ได้” มันบอกแล้วก็ส่งฟอร์มที่ดิฉันกรอกกลับมาให้ดิฉัน “ถือเอาไว้ก่อน ตอนนี้ไปถ่ายรูปที่ชั้นสามกันได้แล้ว”
ดิฉันรับคำแล้วก็เดินไปที่โต๊ะจะหยิบเสื้อผ้ามาสวม แต่อีราตรีมันร้องทัก
“ทำอะไรน่ะ”
“ก็จะสวมเสื้อผ้าซิคะ”
“สวมทำไม เดี๋ยวก็ต้องถอดอีก เสียเวลา ไปอย่างนี้แหละ”
“อุ๊ย อย่างนี้ฉันก็อายแย่ซิ”
“ไม่ต้องอายหรอก พนักงานใหม่ก็เดินแก้ผ้าไปทำประวัติทุกคน ที่นี่เค้าเห็นจนชินกันแล้ว อย่าขี้อายไปหน่อยเลยน่ะ”
อีราตรีมันพูดเหมือนเป็นเรื่องธรรมดา แล้วก็เดินนำดิฉันออกไป ดิฉันไม่อยากต่อล้อต่อเถียงเพราะถึงยังไงมันก็คงไม่ยอมดิฉันอยู่แล้ว ดิฉันก็เลยต้องเดินตามมันออกไปทั้งๆที่เปลือยกายอย่างนั้น

Related videos